๓๐ พ.ย. ๒๕๔๔

การเดินทางได้เริ่มต้นจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก ผ่านมาทางดินแดง เข้าสู่อนุเสาวรีย์สมรภูมิ รถค่อนข้างเยอะเพราะเป็น เวลา ๕ โมงเย็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ ตำรวจท่องเที่ยวอำนวยความสะดวก ณ จุดนี้เช่นกัน เนื่องจากสิ้นสุดเขตรับผิดชอบ จากนั้นได้ปั่นจักรยานผ่านมาทางถนนศรีอยุธยา มุ่งหน้าสู่ลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งเป็นเวลาค่ำแล้ว ได้ผ่านจิตรลดา วรรณกับหมูจึงได้ถ่ายรูปร่วมกับเพื่อนๆ ติดภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง เส้นทางขณะนี้สว่างไสว ไปทั้งเมืองเนื่องจากใกล้วันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม

คุณพ่อของวรรณและครอบครัว ญาติ รวมทั้งเพื่อนๆ เดินทางมาสมทบ พี่สาวของวรรณนำจักรยานมาปั่นร่วมด้วย เพื่อไปส่งที่อำเภอสามพราน ตามกำหนดการ จะพักกับบ้านใร่กาแฟ ชื่อบ้านว่า บ้านขอบคุณจ๊ะใกล้ฟาร์มจระเข้สามพราน การเดินทางเป็นเวลากลางคืน ในเมื่อพิธีการ เริ่มต้นขึ้นแล้วก็ต้องมีการเดินทางทันที แต่ถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่เดินทางในเวลากลางคืน กลางวันจะปลอดภัยกว่า ในคืนนี้ ยังมีกลุ่มเพื่อนและญาติมาส่งถึงสามพรานตั้งหลายคน พอหลังจากเที่ยงคืนจึงอำลากลับ

 

 
 
 

 

๑ ธ.ค. ๒๕๔๔

ตอนเช้าตื่นขึ้นมาก็ยังมีเพื่อนๆจากกรุงเทพฯ ขับรถมาให้กำลังใจพร้อมทั้งสนับสนุน สมทบทุนเพื่อเป็นกำลังใจในการเดินทาง ขอบคุณสำหรับ คุณพงษ์ศักดิ์ และ คุณอดิศร เพื่อนเก่าแก่ กว่าจะออกเดินทางจากสามพรานได้ ก็ตกถึงตอนเย็นแล้ว เนื่องจากกิจกรรมมีกันจนดึกไปหน่อยเมื่อคืนนี้ การปั่นในวันนี้มีผู้มาร่วมปั่นด้วยกัน ๑ คัน ซึ่งร่วมเดินทาง มาตั้งแต่กรุงเทพฯ แล้ว พรุ่งนี้เขาจะเดินทางกลับเพื่อทำงานต่อ และยังมีเพื่อนเก่า ที่ทำงานขับรถยนต์ตามมาด้วย เขาสองคนจะกลับพร้อมกัน เย็นวันนี้ได้เข้าพักกับ บ้านใร่กาแฟอีกเช่นเดิมเป็นที่ราชบุรี มีสมาชิกบ้านใร่กาแฟเตรียมอาหารคอยไว้ เป็นอย่างดีและอบอุ่นมาก ตอนเช้าได้เข้าไปทำธุระในราชบุรี และได้ตรวจสอบข่าวคราว ทางหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีข่าวการออกเดินทางตีพิมพ์ด้วย และยังพักที่ราชบุรีต่ออีก ๑ วัน


ลงข่าวใน นสพ.ฉบับวันที่ ๑ ธ.ค. ๒๕๔๔

 

 
 

 

 

๓ ธ.ค. ๒๕๔๔

อากาศวันนี้ค่อนข้างร้อนอยู่ทีเดียว การเดินทางก็ยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนถึงไปรษณีย์ เขาย้อย จ.เพชรบุรี ได้ขออนุญาติเจ้าหน้าที่เข้าพักหลบแดดซะหน่อยนึง อีกทั้งยังส่ง ของกลับคืนที่บ้านเนื่องจากของบางอย่างเกินความจำเป็นไปบ้าง เมื่อปั่นออกมาสอง สามวัน จะรู้สึกได้ทันที การเดินทางใดๆก็เหมือนกัน บางครั้งของยังเหลือใช้กลับมาเต็ม กระเป๋าเลยใช่ใหม นับเป็นโอกาสดีมากอีกเช่นกัน ขณะที่พักอยู่ที่ไปรษณีย์ฯ ก็ยังมีอินเตอร์เนตสาธารณะเฉลิมพระเกียรติให้ใช้ได้ ราคาถูกประหยัดมากเลย ขอบคุณและอำลาชาวไปรษณีย์แล้ว วรรณกับหมูก็เดินทางต่อ ระหว่างมาถึง เพชรบุรีก็มีคนจอดรถ คอยอยู่ข้างทาง ได้โบกมือให้จอดและบอกว่าผมคอยคุณอยู่นะ ผมดูข่าวแล้วรอคุณอยู่ ชื่อพี่เอก เป็นคนรักจักรยาน บ้านอยู่ท่ายาง นั่งคุยแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ตามสมควร


ขณะที่จอดรถคุยกันนั้น ก็ยังได้พบกับครอบครัวของพี่สุนทรี พี่เจริญ ซึ่งเป็นสมาชิก ชมรมจักรยานเพชรบุรีด้วย ซึ่งคืนนี้ท่านและครอบครัวก็ตามมาทานอาหารมื้อค่ำด้วยกัน ที่บ้านใร่กาแฟสาขาบ้านลาด พร้อมทั้งสนับสนุน ให้กำลังใจวรรณกับหมูด้วย ขอขอบคุณ ขอให้เจริญสมชื่อนะ

- - - - - - -

 

 

 
 

 

 

๔ ธ.ค. ๒๕๔๔

ตื่นมาตอนเช้าอากาศดีมาก เช่นมีหมอก มีทั้งต้นตาลรอบๆในทุ่งกว้างสวยงามจริงๆ

บ้านลาด... เพชรบุรี

ตอนสาย หลังจากทานอาหารร่วมกับน้องๆ ชาวบ้านใร่กาแฟแล้ว จึงอำลาเพื่อเดินทางต่อไป นับแต่นี้ต่อไป จะไม่มีกำหนดการพักที่แน่นอนอีกแล้ว จุดหมายที่วางกำหนดไว้จบแค่ที่บ้านลาด เพชรบุรีเท่านั้น ต่อๆ ไปเพียงแต่กำหนดกว้างๆ ว่าวันไหนถึงจุดไหนบ้างเท่านั้นเอง อากาศวันนี้ร้อนมากถึง ๓๖ องศาเซลเซียสทีเดียว ช่วงขณะผ่านปราณบุรี เข้าถึงเมืองปราณบุรีก็เริ่มค่ำจึงหาที่พัก จึงเข้าไปขอการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคปราณบุรีเพื่อกางเตนท์นอนพัก ก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี มียามดูแลความปลอดภัยให้ด้วย ชาวการไฟฟ้าก็ทราบข่าวและรู้จักวรรณกับหมูเป็นอย่างดี มาพูดคุยและขอลายเซ็นต์ไว้เป็นที่ระลึกด้วย ขอบคุณมากๆ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคปราณบุรี

 

 

 
 

 

 

๕ ธ.ค. ๒๕๔๔

วันนี้เป็นวันมหามงคลอย่างยิ่ง วันเฉลิมพระชนมพรรษาของในหลวงท่าน
ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ พระชนมายุยิ่งยืนนาน.....

การเดินทางของวันนี้ผ่านประจวบคีรีขันธ์ แวะทาน ข้าวเที่ยงพักผ่อนหลบแดดเล็กน้อย บ่ายแก่ๆ ออกเดินทางต่อ และได้ไปพลบค่ำที่อำเภอทับสะแกพอดี จึงเข้าไปขอพักกางเตนท์กับทางโรงพยาบาลทับสะแก ได้รับการดูแลดีมาก อนุญาตให้กางเตนท์ในสนามหญ้าภายในโรงพยาบาลพร้อมทั้งจัดหยูกยามาให้อีกชุด ด้วยความเป็นห่วงจากโรงพยาบาลทับสะแก เขาว่าอย่างนั้น

 

 

 
 

 

 

๖ ธ.ค ๒๕๔๔

สองข้างทางที่ผ่านมาได้พบที่สำคัญๆ หลายต่อหลายที่ วนอุทยานอุทยานแห่งชาติอีก อย่างหนึ่งก็คือ จุดที่แคบที่สุดของแผ่นดินสยาม ระยะทางเพียง ๑๐.๙๖๐ กิโลเมตรเท่า นั้นเอง อยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์น่าสนใจและเป็นความรู้ที่ดี

พอมาถึงทางแยกเข้า อำเภอบางสะพาน วรรณกับหมูก็เลี้ยวซ้ายเข้าไปทางสายเก่าเพื่อวิ่งเลียบชายทะเลและ ปลอดภัยจากปริมาณรถที่ไม่มากนัก ได้ผ่านเส้นทางสวยๆมากมาย และผ่านบ้านบางเบิด ซึ่งมีโครงการหลวงอยู่ที่นั่นด้วย แตงโม..ที่นี่ขึ้นชื่อ

 

 

 
 

 

 

๗ ธ.ค. ๒๕๔๔

ตื่นเช้าขึ้นมาเห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่ริมทะเล มีทิวมะพร้าว ตรงหน้าหอพักเลย เป็นบรรยากาศที่สวยงามมาก อำลาน้องๆ เดินทางต่อ กำหนดนัดหมาย วันนี้จะต้องถึงอำเภอหลังสวน ให้ได้ เป็นระยะทางประมาณ ๑๒๐ กิโลเมตร เส้นทางเป็นเนินขึ้นๆ ลงๆ ตลอด ปั่นผ่านถนนสายเก่า เส้นในเลียบมาทางหาดทุ่งวัวแล่น แล้วออกมา สู่ตัวจังหวัดชุมพร จากนั้นก็ออกมาทางสี่แยกปฐมพร เข้าสู่ถนนเอเชียอีกครั้ง ระหว่างเดินทางมาถึงเขต อำเภอสวี ได้มีพี่ชายและครอบครัวของพี่สาวของหมู ขับรถมาคอย และแวะทานผลไม้ ด้วยกันตามร้านผลไม้ที่มีอยู่ข้างทาง พี่ชายก็เอาจักรยานมาปั่นร่วมด้วยเป็นระยะทาง ๔๐ กิโลเมตร ก่อนจะถึงหลังสวน ส่วนพี่สาวและครอบครัวก็ขอตัวไปธุระที่จ.ระนอง ถึงหลังสวนได้มาเจอกับผู้จัดรายการวิทยุ อ.ส.ม.ท. จึงได้ให้สัมภาษณ์รายการวิทยุ ออกอากาศสดในช่วงเวลาสี่ทุ่ม จึงได้ทานอาหารและพักผ่อน

 

 
 

 

 

๘ ธ.ค. ๒๕๔๔

แผนงานตอนเช้านี้ มีนัดเข้าพบเพื่อคารวะท่านนายอำเภอหลังสวน และปลัดอำเภออาวุโส พร้อมด้วยทีมจักรยานชมรมหลังสวน มาต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง และดูแลตลอดที่พักอยู่ที่หลังสวน รวมถึงได้มีโอกาสร่วมรับประทานอาหารกับ ท่านนายกเทศมนตรีของหลังสวน และนายกเทศมนตรีของปากน้ำหลังสวน (เป็นผู้หญิง) ซึ่งท่านได้รับเลือกให้เป็นคนดีศรีสังคมในปี ๒๕๔๔ นี้ด้วย

- - - - - - - - - - - - -

 

 

 
 

 

 

๙ ธ.ค. ๒๕๔๔

ทีมจักรยานชมรมภูเขาหญ้าของจังหวัดระนอง ได้ประสานมาตั้งแต่เบื้องต้นว่า การเดินทางเริ่มต้นเมื่อไหร่ เขาจะมาร่วมด้วยตอนที่ผ่านมาถึงอำเภอหลังสวน เป็นจริง ดังนั้น ทีมระนองมาสมทบตั้งแต่เมื่อวานเย็นนี้แล้ว ก่อนอำลาชาวหลังสวนเพื่อเดินทางต่อ ได้ร่วมรับประทานอาหาร กับญาติและเพื่อน ซึ่งร้านวัสดุก่อสร้างเจ๊แดงในหลังสวน เป็นเจ้ามือเพื่อเลี้ยงส่งวรรณกับหมูและทีมระนองอีก ๕ คันจะร่วมปั่นมาส่งที่บ้านของหมูที่อำเภอสิชล กันเลยทีเดียว..


ระหว่างทางได้ใช้เส้นทางสายเก่าผ่านอำเภอท่าชนะ สุราษฎร์ธานี ที่นี่คล้ายๆ กับเพชรบุรีมีต้นตาล มีนาข้าวสวยงาม อีกทั้งมีทะเลด้วย ได้ผ่าน ต่อไปยังโบราณสถานพระบรมธาตุไชยา ซึ่งเป็นพระบรมธาตุสมัยศรีวิชัย ทีมจักรยาน ของเราได้แวะกราบสักการะพระบรมธาตุด้วยกัน

- - - - - - - - - - - - -

ถึงแม่น้ำตาปีก็รู้ได้ทันทีว่าถึง จ. สุราษฎร์ธานีแล้ว เป็นแม่น้ำสำคัญสายหลักของภาคใต้ วรรณ,หมู และ ทีมระนอง ได้ถ่ายรูปร่วมกันบนสะพานพระจุลจอมเกล้า ซึ่งได้ยกเลิกการใช้แล้ว คงเหลือแต่เพียงรถไฟอย่างเดียวเท่านั้น ที่วิ่งบนสะพานเช่นเดียวกับสะพาน พระรามหกในกรุงเทพนั่นเอง... ที่พักคืนนี้ก็เป็นหน้าสถานีตำรวจ (โรงพัก) อ.พูนพิน ระหว่างไปทานอาหารตอนค่ำในตลาดพุนพิน ได้มีโอกาสดี สมาชิกชมรมจักรยานพุนพิน ได้ผ่านมาพบ และขอเป็นเจ้าภาพในอาหารมื้อนี้ ห้ามจ่าย..เขาขอจ่ายเอง นั่นเป็นคำสั่ง แล้วบอกว่า.. สักพักจะตามเพื่อนๆ จักรยานมาเจอ รวมทั้งจะประสานไปยังทีมสุราษฎร์ ธานีให้มาปั่นเป็นเพื่อนด้วยในวันพรุ่งนี้

 

 

 
 

 

 

๑๐ ธ.ค. ๒๕๔๔

จริงดังว่า เช้าวันที่ ๑๐ ธ.ค. ๔๔ ทีมจักรยานอำเภอพุนพินรวมทั้งสุราษฎร์ธานีร่วม ๓๐ คน มาคอยถึงหน้าโรงพัก แล้วพาไปทานอาหารเช้า โจ๊ก..ในตลาดแล้วร่วมปั่น ต่อไปยังอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ทีมอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีบางส่วนมาสมทบเพิ่มเติม อีก จากนั้นทีมพุนพินจึงขอตัวกลับเพราะมีเด็กเล๊กๆร่วมปั่นมาด้วยหลายคัน ทีมสุราษฎร์ธานี ได้พาวรรณ หมู และทีมระนอง ไปไหว้ศาลหลักเมืองของสุราษฎร์ธานี อย่างพร้อมเพรียงกัน หลังจากนั้นบางส่วนก็ขอตัวกลับส่วนที่เหลือก็ปั่นมาส่งถึงอำเภอ กาญจนดิษฐ์ แวะพักเที่ยงเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวอีกหนึ่งมื้อ สุราษฎร์เป็นเจ้าภาพ จากนั้นจึงขอ ตัวแยกย้ายกันกลับ วรรณกับหมูขอขอบคุณทีมพุนพินและสุราษฎร์ธานีเป็นอย่างสูงที่ ร่วมเป็นกำลังใจในครั้งนี้ วรรณ หมู กับทีมระนอง ก็ปั่นต่อมาจนถึงน้ำตกวิภาวดี ก็ได้แวะ อาบน้ำพักผ่อนกันเล็กน้อย... อากาศมันร้อน.. จึงเดินทางต่อเข้าสู่เขตนครศรีธรรมราช เพื่อพักที่บ้านของหมูและครอบครัวที่อำเภอสิชลต่อไป

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

เมื่อมาถึงบ้านของหมู ก็ตกตะลึง..! เมื่อมีชาวบ้านเต็มบ้านมีเตนท์กางหน้าบ้านเหมือนจะมีงานอะไรซักอย่าง.. พอเลี้ยวจักรยานเข้าบ้านก็มีคนกรูออกมาต้อนรับให้พวงมาลัย วรรณ หมู และเพื่อนจากทีมระนองด้วย พ่อแม่แขกเหรื่อมาต้อนรับกันอย่างอบอุ่น วรรณ หมู ปลาบปลื้มใจยิ่งนัก.. ทราบข่าวมาว่าชาวบ้าน ผู้ใหญ่บ้านร่วมมือกันจัดงานแสดง ความยินดีให้ ได้มีหน่วย..แอบส่งข่าวล่วงหน้ามาว่า เห็นทีมจักรยานวรรณ หมู ปั่น จักรยานมาถึงสุราษฎร์ธานีแล้ว ทางบ้านก็จัดแจงเตรียมงานรอคอยกันเลย เห็นภาพแล้ว ตกใจและดีใจไปในคราวเดียวกัน ในโอกาสนี้คุณพ่อของวรรณ ก็เดินทางมาจากกรุงเทพ ด้วยความเป็นห่วงลูกสาวและเพื่อเยี่ยมเยียนครอบครัวของหมูด้วย ท่านจะมาพักด้วยกันหนึ่งคืน แล้วจะเดินทางกลับกรุงเทพในวันพรุ่งนี้ต่อไป

 

 

 
 

 

 

๑๑ ธ.ค. ๒๕๔๔

ทีมระนองได้อำลาขอตัวกลับแต่เช้า วรรณกับหมูขอขอบคุณในไมตรีจิตของทีมระนอง เส้นทางต่างๆ ในจังหวัดระนอง เหมาะสมที่จะปั่นจักรยาน ธรรมชาติดี สวยงามมาก ขอแนะนำให้ทีมจักรยานทั่วไป ไปเยี่ยมเยียนได้ ติดต่อทีมจักรยานภูเขาหญ้าได้เลย หรือที่อาจารย์กล้วย วิทยาลัยเทคนิคระนอง รับรองไม่ผิดหวัง

อำเภอสิชล จ. นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบ้านของหมูนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม ทั้ง ภูเขา ทะเล น้ำตก ที่ขึ้นชื่อมากมาย ถ้ารวมไปถึงทั้งจังหวัดมีทั้งอุทยานแห่งชาติ เขาหลวง ซึ่งมีความสูงที่สุดในภาคใต้ และเขานัน และมีอีกมากมายที่น่าสนใจ ในภาพ ดังกล่าวนี้ เป็นชายทะเลที่ไม่ไกลจากบ้านของหมูเท่าไหร่ บรรยากาศดีเงียบสงบน่า พักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง ชื่อ..อ่าวท้องยาง และชายทะเลอีกยาวเหยียด สวยงามจริงๆนะครับ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

กิจกรรมระหว่างพักอยู่กับครอบครัวที่อำเภอสิชลนั้น ได้พบปะญาติๆและร่วมรับประทาน อาหารร่วมกัน อีกอย่างหนึ่งที่ละเลยไม่ได้ก็คือ ไปโรงเรียนไปพูดให้กับน้องๆ ฟังซึ่งเป็น โรงเรียนระดับมัธยมและประถมที่หมูเรียน ชื่อโรงเรียนสิชลประชาสรรค์ และโรงเรียนบ้านเขาฝ้าย พูดให้น้องๆ ฟังว่า ทำไมจึงเดินทางรอบโลก.. ได้อะไรบ้าง.. เพื่ออะไรบ้าง เป็นการช่วยจุดประกายให้กับเยาวชนเหล่านี้ได้กล้าคิดกล้าทำในสิ่งที่ดีๆ ต่อไป และ ถือโอกาสเยี่ยมคารวะคณะครูอาจารย์ ที่เคยล่ำเรียนเป็นลูกศิษย์ของท่าน

 

 

 
 

 

 

๑๕ ธ.ค. ๒๕๔๔

หลังจากพักผ่อนอยู่กับครอบครัว พบญาติ มาสี่วันเต็มๆ ได้เวลาออกเดินทางต่อ แต่สิ่ง หนึ่งที่ลืมไม่ได้คือ.. มีน้องชั้นประถมปีที่หนึ่ง โรงเรียนบ้านเขาฝ้ายเขียนรูปจักรยานให้ กับพี่วรรณพี่หมู.. น่ารักมาก..

ลาคุณพ่อคุณแม่แล้วก็ออกไปยัง อบต. ซึ่งเป็นผู้ดูแลการ เดินทางให้ มีทีมจักรยานจากอำเภอสิชลมาร่วมอีก ๗ คัน พร้อมทั้งเด็กๆ และชาวบ้าน ปั่นจักรยาน.. ขับมอเตอร์ไซต์มาส่งด้วย ปั่นและขับกันจนถึงรอยต่อของอำเภอท่าศาลา นับรวมแล้วถึง ๒๐ คน

ทีมท่าศาลา ปั่นมารอรับสมทบกับทีมสิชล แลปั่นต่อไปเข้าสู่ตัว อำเภอท่าศาลา เพื่อทานอาหารมื้อเที่ยงด้วยกัน นำทีมโดยนายแพทย์ รังสิต ทองสมัคร คุณพ่อ พี่สาว ญาติของหมู ยังคงขับรถตามส่งกันต่อไป ส่วนกลุ่มเด็กๆและชาวบ้านขอ ตัวแยกย้ายกันกลับอำเภอสิชล วรรณ หมู ทีมสิชล ทีมท่าศาลา เดินทางต่อเข้าสู่อำเภอ เมืองนครศรีธรรมราชต่อไป ระหว่างออกเดินทางนั้นได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักมาก ตลอดเส้นทาง วรรณกับหมูต้องคลุมกันฝนกันเป็นอย่างดี สัมภาระทุกอย่างปลอดภัย และปั่นร่วมกันท่ามกลางสายฝน เหตุเพราะมีนัดหมายกับทีมอำเภอเมืองไว้ก่อนแล้ว จึงต้องไปให้ทัน ทีมอำเภอเมืองมาสมทบครบเรียบร้อย ๓๐ กว่าคัน ปั่นร่วมกันเข้าสู่ นครศรีธรรมราช ได้แวะสักการะอนุเสาวรีย์ "พ่อจ่าดำ" อนุเสาวรีย์วีระไทย (สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง) ฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ ถ้าหลายวันน้ำคงท่วมอีกแน่นอน จากนั้นก็ ปั่นจักรยานเข้าสู่จังหวัด ได้ร่วมแสดงความยินดีกับการเปิดตัวของชมรมจักรยานโบราณ นครศรีธรรมราช ด้วยความพร้อมเพรียงกัน ทีมอำเภอสิชลบ้านเกิดของหมูขอตัวกันกลับ บ้าน ในทีมมีผู้หญิงด้วยหนึ่งคนแน่ะ.. ทีมอำเภอเมืองก็แยกย้ายกลับ วรรณกับหมูได้ปั่น กับคุณหมอรังสิต ทองสมัคร เพื่อกลับเข้าบ้านคุณหมอ จะพักกับครอบครัวคุณหมอเป็น เวลา ๒ วัน อยู่ที่นี่ฝนตกทั้งวัน ไม่เห็นพระอาทิตย์เลย แต่กิจกรรมก็ยังมีอยู่

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

โดยเช้าวันรุ่งขึ้นได้ไปพบ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายสวัสดิ์ แกล้วทนง เพื่อเยี่ยมคารวะ ท่านได้อวยพร พร้อมทั้งสนับสนุนค่าใช้จ่าย เป็นกำลังใจให้วรรณกับหมู และไปพูด ที่สโมสรหมู่บ้านสยามนครธานี เรื่องโครงการปั่นจักรยานรอบโลก ด้วย ..

 

 

 

 
 

 

 

๑๗ ธ.ค. ๒๕๔๔

ครอบครัวคุณหมอต่างเตรียมตัวไปทำงาน ลูกๆ เตรียมตัวไปโรงเรียน วรรณกับหมูกำลังจะเดินทางต่อก็ได้โอกาสอำลากันในตอนเช้า และขอขอบคุณคุณหมอรังสิต ทองสมัคร และครอบครัวในการเอื้อเฟื้อที่พัก อาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

สองวันมานี้ฝนยังตกไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ตัดสินใจจะปั่นลุยฝนต่อไปอีกเช่นเดิม โชคยังดี เมื่อเห็นฟ้าเปิด และก็ได้ออกเดินทางเกือบเที่ยงวันเข้าไปแล้ว ตอนก่อนออกเดินทางได้ มีนายแพทย์ไพวงศ์ สวนดอก แวะมาให้กำลังใจ และสมทบทุนสนับสนุน อวยพรขอให้เดินทางโดยปลอดภัย ปั่นจักรยานผ่านตัวจังหวัดนครศรีธรรมราชมุ่งหน้าสู่พัทลุง ระหว่างทางได้แวะพบญาติ เยี่ยมเพื่อนเก่าๆ บ้าง วันนี้ปั่นไม่ค่อยได้ระยะทางสักเท่าไหร่ ออกจากอำเภอไปเพียง ๓๐ กิโลเมตร ก็ไปพักที่โรงพยาบาลร่อนพิบูลย์ ระหว่างทาง ก่อนถึงโรงพยาบาลได้พบกับคุณปูเป้ซึ่งเป็นเภสัชกรอยู่ที่นั่น ท่านขับรถผ่านมาเห็นวรรณกับหมูปั่นจักรยานอยู่ จึงแวะมาถามว่าวรรณกับหมูใช่ไหม.. ปูเป้ตามข่าวพี่สองคน มาตลอดนะ.. ท่านได้ขออนุญาติผู้อำนวยการโรงพยาบาล ให้วรรณกับหมูเข้าพักที่บ้านพักของพนักงาน และได้ไปร่วมทานอาหารอีสานกับทีมงานของโรงพยาบาลซึ่ง ท่านผู้อำนวยการให้เกียรติร่วมรับประทานด้วย ขอขอบคุณมากๆ สำหรับที่พักและอาหาร

 

 

 
 

 

 

๑๘ ธ.ค. ๒๕๔๔

ท่ามกลางสายฝนอ่อนๆ ได้อำลาทีมบริหารโรงพยาบาลร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเดินทางต่อไปยังจังหวัดพัทลุง... เดิมทีมิได้คิดว่าจะเดินทางมาทางเส้นทางนี้ ตั้งใจไว้ว่าจะเดินทางไปทางเกาะยอ ผ่านสะพานพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ แต่เนื่องมา ว่า อาจารย์ศักดิ์ พูลเอียด หนึ่งในชมรมจักรยานพัทลุงได้เชื้อเชิญและสอบถามมาตลอด ว่าผ่านมาทางจังหวัดพัทลุงหรือเปล่า ถ้าไม่ผ่านท่านก็จะยกจักรยานใส่รถไปปั่นร่วมด้วย เอากันอย่างนั้นเลยหรือ.... วรรณกับหมูจึงตัดสินใจไปทางจังหวัดพัทลุงดีกว่า.. "การเจอกับผู้คนนั้นย่อมมีมิตรภาพและสำคัญเสมอ" พอออกนอกเขตนครศรีธรรมราชสู่เขตพัทลุง ทีมจักรยานพัทลุง ๔ ท่านได้ปั่นจักรยานมาคอยรอรับ และได้ปั่นร่วมกันตามเส้นทาง หลัก นครศรีธรรมราช-พัทลุง ระหว่างมื้อกลางวัน ได้แวะเยี่ยมคณะครูอาจารย์ของ วิทยาลัยเทคนิคพัทลุงแห่งที่สอง ทางเทคนิคฯเป็นเจ้าภาพในอาหารมื้อนี้ จากนั้นจึง เดินทางต่อ ก่อนเข้าถึงจังหวัดพัทลุงเล็กน้อยได้แวะพบกับนักเรียนโรงเรียนทุ่งยางเปล คณะครู นักเรียน ให้การต้อนรับวรรณกับหมูเป็นอย่างดี

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

เมื่อมาถึงพัทลุง ได้มีทีมผู้สื่อข่าวและทีมสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง พัทลุง (สกย.) ได้มารอรับที่อนุเสาวรีย์พระยาทุกขราษฎร์ และจัดที่พักให้สองคืนที่สกย. พัทลุง และเตรียมกิจกรรมให้ไปร่วมตลอดที่พักอยู่ที่พัทลุง ทีมสกย.พัทลุงเป็นผู้ดูแล ชมรมจักรยานพัทลุง จึงไม่ผิดเลยที่ท่านผู้ใหญ่ของสกย.เข้าใจและดูแลวรรณกับหมู เป็นอย่างดี... วันต่อมามีกิจกรรมทั้งวัน ตอนเช้าไปพูดที่วิทยาลัยสารพัดช่างพัทลุง ซึ่งอาจารย์ศักดิ์ พูลเอียดผู้ที่ร่วมรับวรรณกับหมู จากรอยต่อนครศรีธรรมราชเป็นอาจารย์ อยู่ที่นี่ ต่อมาก็ไปพูดที่โรงเรียนระดับประถมชื่อโรงเรียนวีรนาฎศึกษา ถัดจากนั้นไปพูดที่ โรงเรียนเมืองพัทลุง เสร็จเรียบร้อยก็ได้เข้าพบคณะทีมนายกเทศมนตรีพัทลุง ตอนเที่ยง ก็อำลาไปทานข้าวกับทีม สกย. พอตกบ่ายแก่ๆไปพูดที่โรงเรียนพัทลุงพิทยาคม แล้วต่อ ด้วยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพัทลุง เป็นการพูดที่นับจำนวนโรงเรียนต่อวัน มากที่สุดถึง ๕ โรงเรียน ส่วนตอนกลางคืนไปให้สัมภาษณ์สดรายการวิทยุ อ.ส.ม.ท. เกี่ยวกับ ข่าวคราวชาวเมืองลุง วรรณกับหมูในฐานะแขกบ้านแขกเมืองที่มาเยือน

 

 
 

 

 

๒๐ ธ.ค. ๒๕๔๔

ตอนเช้าเตรียมการเดินทางสู่หาดใหญ่ ก่อนออกเดินทางได้แวะไปพูดให้กับนักเรียน โรงเรียนเทศบาลวัดภูผาภิมุข จากนั้นก็ไปไหว้พระประจำเมืองพัทลุง และพระแห่ง ภาคใต้ และได้อำลาทีมต่างๆของพัทลุงรวมถึงทีมสกย.พัทลุงด้วย จากนั้นทีมจักรยาน พัทลุงได้ปั่นมาส่งวรรณกับหมูเพื่อเดินทางสู่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา ด้วยกัน ระหว่างทางได้แวะที่โรงเรียนบ้านท่านางพรหม ได้พูดคุยถึงโครงการเล่าให้น้องๆฟัง ถึงโครงการฯ จากนั้นก็เดินทางต่อ... หนึ่งในทีมพัทลุงมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งได้ไปรับวรรณ กับหมู ตรงรอยต่อจ.นครศรีธรรมราช เข้าสู่พัทลุง และจะส่งต่อไปถึงอ.หาดใหญ่ ท่านคือ ลุงเพียร อายุ ๖๗ ปี แข็งแรงมาก สามารถปั่นเป็นระยะทางไกลๆ โดยกำลังไม่มีตก และ ท่านก็เป็นหนึ่งในทีมที่ปั่นจักรยานจาก อำเภอนาทวี จ. สงขลา ไปจุดเทียนชัยถวาย พระพรในหลวง ที่ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๔ ที่ผ่านมาเป็นระยะทาง ๙๙๙ กิโลเมตร เป็นบุคคลที่น่ายกย่องอย่างยิ่ง และท่านก็มาส่งวรรณกับหมูถึงอำเภอ หาดใหญ่ ในระหว่างเดินทางนั้นได้แวะทานมื้อเที่ยงที่ สกย. สาขาย่อยของพัทลุงอีก ๒ สำนักงาน ทางหัวหน้าสำนักงาน สกย. อำเภอป่าบอน ได้ให้การสนับสนุนวรรณกับหมูด้วย ขอบคุณค่ะ/ครับ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

มาถึงบิ๊กซีหาดใหญ่ ทีมจักรยานหาดใหญ่ประมาณ ๕๐ คน ก็คอยวรรณกับหมูอยู่แล้ว ทีมพัทลุง ได้ช่วยประสานงาน ผ่านไปยังท่านประธานชมรม นายแพทย์รุ่งโรจน์ กั่วพานิช ท่านได้เตรียมการจัดทีมรับและจัดหาที่พักให้ที่บ้านสวนริมน้ำของคุณศักดิ์ อดีตรอง ประธานชมรมจักรยานหาดใหญ่ วันที่ ๒๑-๒๓ ธ.ค. ที่พักอยู่ในหาดใหญ่ได้รับการดูแล เป็นอย่างดี จากชมรมจักรยานหาดใหญ่ รวมไปถึงทีมจักรยานลอยชาย ซึ่งเป็นหนึ่งในทีม จักรยานหาดใหญ่ สมาชิกชมรมจักรยานของหาดใหญ่นั้นมีจำนวนมาก ประกอบด้วย หลายชมรมย่อยๆ นับได้ว่าเป็นทีมจักรยานที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทยก็ว่าได้ ถ้าไม่รวมกรุงเทพมหานครฯ วันรุ่งขึ้นทีมลอยชายหาดใหญ่ก็พาวรรณกับหมูไปโรงพยาบาล กรุงเทพหาดใหญ่ เพื่อเช็คสุชภาพ ซึ่งปกติแข็งแรงดี และทางโรงพยาบาลได้จัดยาให้ คนละชุดพร้อมใบกำกับเพื่อให้ใช้ในต่างประเทศได้ จากนั้นไปร่วมรับประทานอาหารกับ กันอีกหลายมื้อ มีภัตตาคารสวนสำราญ และ แมคโดนัลด์ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนวรรณกับหมู ด้วย ที่สำคัญได้ไปเยี่ยมสำนักงานการท่องเที่ยวฯหาดใหญ่ เพื่อแจ้งข่าวคราวและขอ ข้อมูลเพิ่มเติมในแถบภาคใต้ เพื่อประโยชน์ในการใช้งานต่อไป ได้ร่วมกิจกรรมกับห้าง ไดอาน่าหาดใหญ่ ซึ่งทางห้างได้จัดให้กลุ่มนักเรียนจากหลายโรงเรียน มาปั่นจักรยาน ร่วมกันรอบเมืองหาดใหญ่ และพูดคุยกับวรรณและหมู และเล่าเรื่องราวโครงการฯ การเดินทางให้น้องๆฟัง

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ออกเดินทางจากหาดใหญ่ ได้รับเกียรติจากท่านนายอำเภอหาดใหญ่, ท่านประธาน ชมรมจักรยานหาดใหญ่ ทีมลอยชาย พร้อมทั้งผู้บริหารและพนักงานห้างไดอาน่า รวมถึง ร้านจักรยานหาดใหญ่เมาเทนไบค์ ได้มาส่งเพื่อเดินทางต่อไปยังชายแดนสะเดา และจะ เดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซียในวันพรุ่งนี้ เพื่อนสองคน คุณปุ๊ก และ คุณสุเนตร ได้ เดินทางมาถึงหาดใหญ่เมื่อเช้านี้ ได้เดินทางร่วมกับขบวนรถตำรวจท่องเที่ยวมาตลอด เส้นทางถึงชายแดนเลยทีเดียว.. ระหว่างทางได้ผ่านบริษัทหาดทิพย์ ผู้ผลิตโค้กภาคใต้ ได้นำทีมพนักงานมาส่งและให้กำลังใจวรรณกับหมูด้วย

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ระหว่างทางได้พบกับทีมจักรยานทุ่งลุง และ ทีมคลองแงะ ซึ่งได้ปั่นจักรยานร่วมกันมา รับและส่งต่อกันเป็นช่วงๆ พร้อมทั้งพาไปทานอาหารที่ขึ้นชื่อของสองตำบลนี้ ทุ่งลุง ข้าวมันไก่ขึ้นชื่อมาก ชาวมาเลเซียยังนิยมมาทานกันถึงที่นี่เลย กินแล้วรสชาติอร่อย ไม่แพ้ใครเลย... ส่วนคลองแงะ ก๋วยจั๊บขึ้นชื่อ.. ทดลองไปอีกครึ่งชาม (ข้าวมันไก่ยังเต็ม ท้องอยู่) อร่อยอีกเช่นกัน สมดังที่ท่านกล่าวอ้าง... ขอบคุณในมิตรภาพของทีมจักรยาน ที่มาส่ง คืนนี้พักค้างคืนที่ สกย. สะเดา เพื่อจะเดินทางข้ามชายแดนในวันพรุ่งนี้ ขอบคุณมาก.. สกย..

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ทีมลอยชายยังมาส่งที่ด่านสะเดาเหมือนเดิม และทีมลอยชายก็เป็นส่วนหนึ่งในการ ประสานงานกับ ร้านลีรัน เป็นร้านจักรยานในหาดใหญ่ให้ช่วยติดต่อกับทีมจักรยานซูเบ๊ง ในมาเลเซีย มาร่วมปั่นจักรยานกับวรรณและหมู ซึ่งก็เป็นไปด้วยดี วันนี้ทีมชาวมาเลเซีย จะมาคอยรับที่ด่านนอกฝั่งมาเลเซียตอน ๑๐ โมงเช้า.. คุณพี่โรม คุณสุรินทร์และภรรยา ทีมลอยชาย, คุณปุ๊ก, คุณสุเนตร จากกรุงเทพฯ มาส่งที่ด่านสะเดา...วรรณกับหมู ทำหนังสือผ่านแดนเข้ามาเลเซียเรียบร้อย และอำลาเพื่อนๆเข้าสู่เขตแดนมาเลเซีย ต่อไป.... จะเป็นอย่างไร ติดตามใน เรื่องเล่า...มาเลเซีย

     
 

สิ่งที่น่าประทับใจอย่างที่สุดในระหว่างการเดินทาง ก็คือ ความมีน้ำจิต..น้ำใจของคนไทยที่ร่วมกันมาตลอด ๒๕ วันของการเดินทาง.. ของวรรณกับหมู.. โดยเฉพาะทีม จักรยาน ซึ่งเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน.. มารับมาส่ง.. ดูแลตลอดเส้นทาง.. อบอุ่น..ดีใจ.. สบายใจ.. มีมิตรภาพที่ดีเหลือเกิน..

ขอให้วงการจักรยานไทย... ของคนไทยมีความ เจริญรุ่งเรืองต่อไปเทอญ... วรรณกับหมู

 

 

 

 
Copyright©2000 ThaiBikeWorld.com | All rights reserved
Designed and maintained by