![]() |
|
|
|
|
๒๖
ธันวาคม
๒๕๔๔ ตื่นเช้า..เก็บข้าวของเสร็จ..เตรียมออกเดินทางต่อ..จ๋าย เป็นคนมาเลเซียเชื้อสายไทยก็ ปั่นจักรยานมารับถึงหน้าบ้านของจูเนียร์ จากนั้นพากันไปรวมพลที่ร้านซูเบงและ กิน อาหารมื้อเช้าด้วยกัน เพื่อนๆนำธงชาติมาเลเซียมาติดที่หน้าจักรยานให้วรรณกับหมูด้วย ขอบคุณชาวอลอเซตาร์ วันนี้ก็จะปั่นจักรยานต่อ..มีน้องๆมาปั่นเป็นเพื่อนสองคน ชื่อ ตันชุนเกี๊ยด กับ เลา จุดหมายอยู่ที่เมือง สุไหง ปัทตานี เส้นทางปลอดภัยดี รถที่นี่ จำกันความเร็วเพียง ๖๐ กม./ชม. มีหลายทั้งที่รถบรรทุกคันใหญ่ๆ...เบรค..ให้ทาง จักรยานไปก่อน ภาพแบบนี้หายากนะ.. น้องสองคนเป็นเด็กหนุ่มในวัยเรียน ที่สำคัญมี ฝีมือทางด้านการปั่นจักรยานเป็นที่ขึ้นชื่อของเมืองสุไหง ปัทตานีด้วย.. ตกเย็นก็ถึง สุไหง ปัทตานีด้วยความปลอดภัย ภายในเมืองนี้ก็เหมือนเดิมอีก มีตึกอาคารเก่าๆแบบ จีนโบราณทั้งเมืองเลย.. เขาอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ยังใช้งานตราบเท่าปัจจุบันนี้ ตันชุนเกี๊ยด ได้ขออนุญาติคุณแม่ ให้วรรณกับหมูพักที่บ้านเขา ที่บ้านเป็นร้านค้ามีแผง ย่อยๆภายในร้านถึง ๑๕ แผง มีอาหารทุกชนิดให้เลือกกิน คุณแม่ของตันชุนเกี๊ยดบังคับไม่ให้วรรณกับหมูจ่ายเงินเขาขอเลี้ยงตลอดมื้อนี้ เขาดีใจมากที่ลูกชายเขามีเพื่อนเป็นวรรณกับหมู เขาคุยไปน้ำตาไหลไป วรรณกับหมู ก็ดีใจที่มีเพื่อนดีๆและโอกาสดีที่ได้รู้จักกัน อีกทั้งยังให้วรรณกับหมูซักเสื้อผ้าที่บ้านด้วย
|
|
|
๒๗ ธันวาคม ๒๕๔๔ ตันชุนเกี๊ยด ระดมเพื่อนๆมารวมแล้ว ๗ คน พร้อมจักรยานตั้งใจจะไปส่งวรรณกับ หมูถึงปีนังกันเลย... ออกกันแต่เช้า ปั่นกันสนุกสนานดี ทุกคนสนุกกับการปั่นมาก.. เส้นทางดี สวยงาม ปั่นไปได้สักพักก็สุดเขตสุไหง ปัทตานี จากนั้นเข้าสู่บัตเตอร์เวิรท์ เป็นเมืองที่รถไฟไทยวิ่งมาถึงที่นี่ด้วย เข้าสู่บัตเตอร์เวิรท์ก็จะมีท่าเรือเฟอรี่ที่จะข้ามไป สู่ปีนัง..และมีสะพานปีนังซึ่งยาวเป็นอันดับสามของโลก (ระยะทางประมาณ ๑๓.๕ กม.) แต่จักรยานห้ามขึ้นไป...ไม่เป็นไร..นั่งเฟอรี่ใช้เวลา ๑๕ นาทีเท่านั้น จ่ายเพียง ๐.๗ RM ถูกมาก.. แต่อย่างอื่นแพง อาหารการกินแพงกว่าเมืองไทย ค่าครองชีพสูงกว่า ๑-๒ เท่าตัว น้ำดื่มที่นี่ราคาเฉลี่ยลิตรละ ๒๐ บาท น้องๆทุกคนที่ปั่นรวมมาด้วยถูกคุณแม่ของตันชุนเกี๊ยกบังคับให้เลี้ยงข้าววรรณ กับหมูตลอดทาง..แต่วรรณกับหมูฉวยโอกาสจ่ายก่อนได้ไปครั้งหนึ่ง..ตอนถึงปีนังแล้ว ถือว่า..เอาคืนได้บ้าง จุดหมายที่ปีนังคือ กงศุลไทย ณ กรุงปีนัง ได้นัดหมายเอาไว้ล่วง หน้าแล้ว และได้เข้าพบคารวะท่านกงศุลใหญ่ คุณสุวิทย์ สายเชื้อ ท่านเลี้ยงน้ำท่า ต้อนรับและพูดคุยอย่างเป็นกันเองมาก และขอปรึกษาเรื่องที่ทางที่จะพักในเมืองปีนัง ด้วยเหตุว่าใกล้ปีใหม่..ตัดสินใจจะพักที่นี่เพื่อให้ผ่านปีใหม่ก่อนถึงจะสะดวกเดินทางต่อ ท่านแนะนำและฝากให้ไปพักที่วัดบุปผาราม..วัดไทยในปีนัง อีกทั้งยังติดต่อ.. หนังสือพิมพ์ นิว สเตรท ไทม์ ขายดีเป็นอันดับหนึ่งในมาเลเซีย มาสัมภาษณ์วรรณกับ หมูด้วย และจะลงข่าวในวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๔๕ ต่อไป.. น้องๆกลุ่มจักรยานก็ขอลา กลับสุไหง ปัทตานี โดยจะปั่นกลับให้ทันในวันนี้ กลัวจะถึงค่ำ.. ขอให้น้องโชคดี.. เดินทางโดยปลอดภัย..ขอบคุณด้วยมิตรภาพชาวจักรยาน
ปีใหม่...ในปีนัง พักอยู่ที่วัดบุปผารามใกล้กับถนนเบอร์มาโรด (ถนนพม่า) อยู่ ที่ปีนังได้ทำธุระหลายอย่าง ล้างรูป ติดต่อประสานงานต่างๆผ่านทางอินเตอร์เนต แต่ โชคไม่ค่อยดี อินเตอร์เนตช่วงปีใหม่ที่นี่ช้ามาก.. เขาบอกว่ามีคนใช้กันเยอะ จึงต้อง อาศัยช่วงเวลาและจังหวะดีๆถึงจะพอใช้ได้.. ร้านล้างอัดรูปที่ปีนังได้ทำฟิลม์สไลด์ เสียหาย..ซึ่งทำให้สีผิดเพี้ยนไป..เนื่องจากเขาไม่ค่อยชำนาญเรื่องฟิลม์สไลด์ทำให้ ภาพเสียหาย แต่วรรณกับหมูก็ไม่ได้เอาผิดแต่อย่างใด พนักงานในร้านรู้สึกดีใจและ ขอเป็นเพื่อนด้วย และสัญญาว่าจะพาไปเที่ยวงานวันขึ้นปีใหม่ คืนวันส่งท้ายปีเก่าเข้า สู่ปีใหม่.. เขาก็มารับวรรณกับหมูไปเที่ยวงานฉลองด้วยกัน ไปดูการจุดพลุ..พาไปกิน โรตีรสชาติแบบอิสลามแท้ๆ..ชนิดที่ทำแผ่นโรตีภายในโอ่ง..ร้อนๆ ต้องกินกับไก่ย่าง เท่านั้น อยู่ในปีนังหลายวัน..อาหารที่นี่ส่วนใหญ่เป็นของคนจีน มีผัดเส้น.. ผัดหมี่ ก๋วยเตี๋ยว ประกอบด้วยเส้นทั้งนั้น หมี่ซั่ว หมี่ฮกเกี้ยน ขึ้นชื่อนักแล... แต่กินทุกวันก็ แย่เหมือนกันนะ.. คิดถึงส้มตำ..
คนมาเลเซียส่วนใหญ่ยังนิยมดูดบุหรี่อยู่มาก
จุดนี้ซิครับ... ต่างจากเมืองไทยโดย สิ้นเชิง เจอทุกที่.. นั่งที่ไหนมีแต่คนนั้งดูดบุหรี่ที่นั่น..
น่าเป็นห่วง
|
| Copyright©2000 ThaiBikeWorld.com | All rights reserved |