๒๕ ธันวาคม ๒๕๔๔

เป็นวันคริสต์มาส และเป็นวันที่วรรณกับหมูกำหนดที่จะผ่าน ด่านสะเดาเข้าสู่ประเทศมาเลเซีย ทางมาเลเซียเรียกด่านนี้ว่า "ด่านจังโหลน" ตั้งแต่ช่วงที่อยู่หาดใหญ่นั้น... ทีมลอยชายได้ไปขอคำปรึกษา กับทางร้านลีรัน หาดใหญ่.. ให้ช่วยประสานงานกับทีมจักรยานในมาเลเซีย.. เป็นอันว่าลงตัวดี เมื่อสักครู่ได้เจอกับ ผู้จัดการร้านลีรัน แล้วเขาก็ขอตัวข่ามด่าน ไปคอยอยู่ฝั่งมาเลเซียก่อน ทางกลุ่มจักรยาน มาเลเซียได้มาคอยอยู่แล้ว.. ตามหมายกำหนดเป๊ะเลย วรรณกับหมูขมักเขม้นกรอก หนังสือขอข้ามแดน พอยื่นเสร็จเรียบร้อย ก็ขอลาเพื่อนๆ ที่มาส่งข้ามไปยังด่านมาเลเซีย ต่อไป...

 

เข้าสู่เขตมาเลเซีย..ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ที่เห็นได้ชัดคือ..เวลา เวลาของมาเลเซียเร็ว กว่าเมืองไทย ๑ ชั่วโมง เงินตราก็เปลี่ยนไป.. ต่อไปนี้สิ่งที่วรรณกับหมูต้องเผชิญ.. ยังมี อีกมาก อีกทั้งภาษา.. อาหาร.. วัฒนธรรมที่แตกต่าง.. เราปรารถนาที่จะได้เห็นและได้ สัมผัส.. นับเป็นประเทศแรก ที่เราเริ่มต้นเดินทางเข้ามาและอีกหลายประเทศต่อๆ ไป...

 

เพื่อนชาวมาเลเซียมาคอยด้วยความกระวนกระวายเล็กน้อย วรรณกับหมูเสียเวลาที่ด่าน ไปนานพอดู ผู้จัดการร้านลีรัน แนะนำให้รู้จักกับเพื่อนๆ เป็นที่เรียบร้อย.. คนมาเลเซียใช้ภาษาจีนเป็นหลักในการคุย ซึ่งมาเลเซียตอนบนมีคนจีนอยู่มาก.. ๔ รัฐช่วงบนของมาเลเซียนั้นมีชาวจีนถึง ๗๐ เปอร์เซนต์เลยทีเดียว ส่วนที่เหลือเป็น ชนชาติอื่นๆ อีกทั้งยังมีคนไทยอยู่แถบนี้อีกเยอะอยู่เหมือนกัน.. หลังจากถ่ายรูปเสร็จ เรียบร้อยก็เตรียมตัวออกเดินทางกันโดยปั่นไปตามถนน ซุปเปอร์ไฮเวย์กัน เป็นถนน ที่มีสองข้างทางสวยปลอดภัย ผ่านทางเมืองจิตราวิ่งเข้าถนนสายรองเพื่อผ่านเมืองต่างๆ จะได้เห็นภาพชีวิตมากกว่า... ยังดีที่ในกลุ่มจักรยานมีคนไทย-มาเลเซียอยู่ด้วยจึงทำให้ หมู ได้พูดคุยอย่างสบายใจขึ้น.. เขายังแนะนำให้ไปแลกเงินตามจุดแลกระหว่างทาง เปลี่ยนเงินบาทเป็นเงินริงกิต (๑๑.๕๕ บาท = ๑ RM ) ออกจากเมืองจิตรามาประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ก็ถึงเมืองอลอเซตาร์ อยู่ในรัฐเคดาห์ (รัฐไทรบุรีนั่นเอง) มาถึงร้านซูเบง เป็นร้านขายจักรยาน เป็นผู้นำกลุ่มที่ไปรับวรรณกับหมู ให้เอาจักรยานเข้าไปเก็บใ ร้าน จากนั้นไปทานอาหารด้วยกัน.. เป็นอาหารจีนรสชาติดี อร่อยเหมือนในเมืองไทยเลย...


ตกตอนเย็น.. เพื่อนๆได้โทรหาตามคุณ แฟท เป็นคนเชื้อสายไทยให้มารู้จักวรรณ กับหมู แล้วเขาก็ได้พาเราสองคนนั่งรถชมเมืองด้วยกัน เขาพาไปเที่ยวรอบๆเมือง อลอเซตาร์และไปยังกำปง (ชนบท) ไปดูวิถีชาวบ้านรอบๆเมือง.. แล้วจึงกลับเข้าร้าน ซูเบง เพื่อเตรียมตัวไปงานแต่งงาน ของเพื่อนกลุ่มจักรยานด้วยกัน โอกาสเหมาะพอดี เขาได้เชิญวรรณกับหมูไปด้วย.. ดีจังเลย.. ตอนกำลังเข้าเมืองก็ได้ไปดูบ้านเกิดของ ท่านนายกรัฐมนตรีมาเลเซียด้วย..คือท่านมหาเธร์ มูฮัมหมัด ในกำปงของมาเลเซียนั้น ถนนทุกสายลาดยางทั้งหมด ไม่มีถนนลูกรังให้เห็น..เป็นความภูมิใจของชาวมาเลเซีย อย่างมาก.. เขาว่าอย่างนั้น หลังจากเสร็จงานแต่ง เที่ยวชมเมืองอลอเซตาร์แล้วได้ กลับมานอนพักค้างคืน ที่บ้านคุณ จูเนียร์ ซึ่งทำงานด้านขายประกัน อีกทั้งอนุญาติให้ใช้ อินเตอร์เนตในการทำงานด้วย

 

 
 
 

 

๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๔

ตื่นเช้า..เก็บข้าวของเสร็จ..เตรียมออกเดินทางต่อ..จ๋าย เป็นคนมาเลเซียเชื้อสายไทยก็ ปั่นจักรยานมารับถึงหน้าบ้านของจูเนียร์ จากนั้นพากันไปรวมพลที่ร้านซูเบงและ กิน อาหารมื้อเช้าด้วยกัน เพื่อนๆนำธงชาติมาเลเซียมาติดที่หน้าจักรยานให้วรรณกับหมูด้วย

ขอบคุณชาวอลอเซตาร์ วันนี้ก็จะปั่นจักรยานต่อ..มีน้องๆมาปั่นเป็นเพื่อนสองคน ชื่อ ตันชุนเกี๊ยด กับ เลา จุดหมายอยู่ที่เมือง สุไหง ปัทตานี เส้นทางปลอดภัยดี รถที่นี่ จำกันความเร็วเพียง ๖๐ กม./ชม. มีหลายทั้งที่รถบรรทุกคันใหญ่ๆ...เบรค..ให้ทาง จักรยานไปก่อน ภาพแบบนี้หายากนะ.. น้องสองคนเป็นเด็กหนุ่มในวัยเรียน ที่สำคัญมี ฝีมือทางด้านการปั่นจักรยานเป็นที่ขึ้นชื่อของเมืองสุไหง ปัทตานีด้วย.. ตกเย็นก็ถึง สุไหง ปัทตานีด้วยความปลอดภัย ภายในเมืองนี้ก็เหมือนเดิมอีก มีตึกอาคารเก่าๆแบบ จีนโบราณทั้งเมืองเลย.. เขาอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ยังใช้งานตราบเท่าปัจจุบันนี้ ตันชุนเกี๊ยด ได้ขออนุญาติคุณแม่ ให้วรรณกับหมูพักที่บ้านเขา ที่บ้านเป็นร้านค้ามีแผง ย่อยๆภายในร้านถึง ๑๕ แผง มีอาหารทุกชนิดให้เลือกกิน

คุณแม่ของตันชุนเกี๊ยดบังคับไม่ให้วรรณกับหมูจ่ายเงินเขาขอเลี้ยงตลอดมื้อนี้ เขาดีใจมากที่ลูกชายเขามีเพื่อนเป็นวรรณกับหมู เขาคุยไปน้ำตาไหลไป วรรณกับหมู ก็ดีใจที่มีเพื่อนดีๆและโอกาสดีที่ได้รู้จักกัน อีกทั้งยังให้วรรณกับหมูซักเสื้อผ้าที่บ้านด้วย

 

 
 

 

 

๒๗ ธันวาคม ๒๕๔๔

ตันชุนเกี๊ยด ระดมเพื่อนๆมารวมแล้ว ๗ คน พร้อมจักรยานตั้งใจจะไปส่งวรรณกับ หมูถึงปีนังกันเลย... ออกกันแต่เช้า ปั่นกันสนุกสนานดี ทุกคนสนุกกับการปั่นมาก.. เส้นทางดี สวยงาม ปั่นไปได้สักพักก็สุดเขตสุไหง ปัทตานี จากนั้นเข้าสู่บัตเตอร์เวิรท์ เป็นเมืองที่รถไฟไทยวิ่งมาถึงที่นี่ด้วย เข้าสู่บัตเตอร์เวิรท์ก็จะมีท่าเรือเฟอรี่ที่จะข้ามไป สู่ปีนัง..และมีสะพานปีนังซึ่งยาวเป็นอันดับสามของโลก (ระยะทางประมาณ ๑๓.๕ กม.) แต่จักรยานห้ามขึ้นไป...ไม่เป็นไร..นั่งเฟอรี่ใช้เวลา ๑๕ นาทีเท่านั้น จ่ายเพียง ๐.๗ RM ถูกมาก.. แต่อย่างอื่นแพง อาหารการกินแพงกว่าเมืองไทย ค่าครองชีพสูงกว่า ๑-๒ เท่าตัว น้ำดื่มที่นี่ราคาเฉลี่ยลิตรละ ๒๐ บาท

น้องๆทุกคนที่ปั่นรวมมาด้วยถูกคุณแม่ของตันชุนเกี๊ยกบังคับให้เลี้ยงข้าววรรณ กับหมูตลอดทาง..แต่วรรณกับหมูฉวยโอกาสจ่ายก่อนได้ไปครั้งหนึ่ง..ตอนถึงปีนังแล้ว ถือว่า..เอาคืนได้บ้าง จุดหมายที่ปีนังคือ กงศุลไทย ณ กรุงปีนัง ได้นัดหมายเอาไว้ล่วง หน้าแล้ว และได้เข้าพบคารวะท่านกงศุลใหญ่ คุณสุวิทย์ สายเชื้อ ท่านเลี้ยงน้ำท่า ต้อนรับและพูดคุยอย่างเป็นกันเองมาก และขอปรึกษาเรื่องที่ทางที่จะพักในเมืองปีนัง ด้วยเหตุว่าใกล้ปีใหม่..ตัดสินใจจะพักที่นี่เพื่อให้ผ่านปีใหม่ก่อนถึงจะสะดวกเดินทางต่อ ท่านแนะนำและฝากให้ไปพักที่วัดบุปผาราม..วัดไทยในปีนัง อีกทั้งยังติดต่อ.. หนังสือพิมพ์ นิว สเตรท ไทม์ ขายดีเป็นอันดับหนึ่งในมาเลเซีย มาสัมภาษณ์วรรณกับ หมูด้วย และจะลงข่าวในวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๔๕ ต่อไป.. น้องๆกลุ่มจักรยานก็ขอลา กลับสุไหง ปัทตานี โดยจะปั่นกลับให้ทันในวันนี้ กลัวจะถึงค่ำ.. ขอให้น้องโชคดี.. เดินทางโดยปลอดภัย..ขอบคุณด้วยมิตรภาพชาวจักรยาน

 

ปีใหม่...ในปีนัง พักอยู่ที่วัดบุปผารามใกล้กับถนนเบอร์มาโรด (ถนนพม่า) อยู่ ที่ปีนังได้ทำธุระหลายอย่าง ล้างรูป ติดต่อประสานงานต่างๆผ่านทางอินเตอร์เนต แต่ โชคไม่ค่อยดี อินเตอร์เนตช่วงปีใหม่ที่นี่ช้ามาก.. เขาบอกว่ามีคนใช้กันเยอะ จึงต้อง อาศัยช่วงเวลาและจังหวะดีๆถึงจะพอใช้ได้.. ร้านล้างอัดรูปที่ปีนังได้ทำฟิลม์สไลด์ เสียหาย..ซึ่งทำให้สีผิดเพี้ยนไป..เนื่องจากเขาไม่ค่อยชำนาญเรื่องฟิลม์สไลด์ทำให้ ภาพเสียหาย แต่วรรณกับหมูก็ไม่ได้เอาผิดแต่อย่างใด พนักงานในร้านรู้สึกดีใจและ ขอเป็นเพื่อนด้วย และสัญญาว่าจะพาไปเที่ยวงานวันขึ้นปีใหม่ คืนวันส่งท้ายปีเก่าเข้า สู่ปีใหม่.. เขาก็มารับวรรณกับหมูไปเที่ยวงานฉลองด้วยกัน ไปดูการจุดพลุ..พาไปกิน โรตีรสชาติแบบอิสลามแท้ๆ..ชนิดที่ทำแผ่นโรตีภายในโอ่ง..ร้อนๆ ต้องกินกับไก่ย่าง เท่านั้น อยู่ในปีนังหลายวัน..อาหารที่นี่ส่วนใหญ่เป็นของคนจีน มีผัดเส้น.. ผัดหมี่ ก๋วยเตี๋ยว ประกอบด้วยเส้นทั้งนั้น หมี่ซั่ว หมี่ฮกเกี้ยน ขึ้นชื่อนักแล... แต่กินทุกวันก็ แย่เหมือนกันนะ.. คิดถึงส้มตำ..

 

คนมาเลเซียส่วนใหญ่ยังนิยมดูดบุหรี่อยู่มาก จุดนี้ซิครับ... ต่างจากเมืองไทยโดย สิ้นเชิง เจอทุกที่.. นั่งที่ไหนมีแต่คนนั้งดูดบุหรี่ที่นั่น.. น่าเป็นห่วง

วรรณกับหมูกำลังจะเดินทางต่อไปอินโดนีเซีย จะนั่งเฟอรี่ไปเกาะสุมาตราที่ เมืองเมดาน และได้ปรึกษา กับทางสถานฑูตอินโดนีเซียแล้ว ท่านกงศุลใหญ่ไทยได้ ขอนัดหมายให้เข้าพบ เจ้าหน้าที่สถานฑูตอินโดนีเซีย ซึ่งได้แนะนำจุดต่างๆที่ดี และที่ไม่ปลอดภัยให้..

จะเป็นอย่างไร ค่อยว่ากันต่อไปในอินโดนีเซีย...
วรรณกับหมู.. โชคดี..

 

 


 
Copyright©2000 ThaiBikeWorld.com | All rights reserved
Designed and maintained by